คำอุปโลกน์สังฆทาน
............ยัคเฆ ภันเต สังโฆ ชานาตุ ขอพระสงฆ์ทั้งปวงจงฟังคำ
ข้าพเจ้า
............บัดนี้ ทายก ทายิกา ผู้มีจิตศรัทธา ได้น้อมนำมาซึ่งภัตตาหาร
มาถวายเป็นสังฆทานแก่พระภิกษุสงฆ์ อันว่า สังฆทานนี้ ย่อมมีอานิสงส์
อันยิ่งใหญ่ สมเด็จพระพุทธองค์จะได้จำเพาะเจาะจงว่าเป็นของภิกษุรูปหนึ่ง
รูปใดก็หามิได้ เพราะเป็นของได้แก่สงฆ์ทั่วทั้งสังฆมณฑล พระพุทธองค์
ตรัสว่าให้แจกกันตามบรรดาที่มาถึง
............ฉะนั้น บัดนี้ข้าพเจ้า จะสมมติตนเป็นผู้แจกของสงฆ์ พระสงฆ์
ทั้งปวงจะเห็นสมควรหรือไม่เห็นสมควร ถ้าเห็นว่าไม่เป็นการสมควรแล้วไซร้
ขอจงได้ทักท้วงขึ้นในท่ามกลางสงฆ์อย่าได้เกรงใจ ถ้าเห็นว่าเป็นการสมควร
แล้ว ก็จงเป็นผู้นิ่งอยู่ (หยุดนิดหนึ่ง) บัดนี้ พระสงฆ์ทั้งปวงนิ่งอยู่ ข้าพเจ้า
จักรู้ได้ว่าเป็นการสมควรแล้ว จะได้ทำการแจกของสงฆ์ต่อไป ณ กาลบัดนี้
............อะยัง ปะฐะมะ ภาโค มะหาเถรัสสะ ปาปุณาติ ส่วนที่ ๑
ย่อมถึงแก่เถระผู้ใหญ่ผู้อยู่เหนือข้าเจ้า
............อะวะเสสา ภาคา อัมหากัง ปาปุณาติ ส่วนที่เหลือจากพระเถระ
ผู้ใหญ่แล้วย่อมถึงแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย ตามบรรดาที่มาถึงพร้อมกันทุกๆรูป
(ตลอดถึงสามเณรด้วย) เทอญ. สาธุ
หมายเหตุ มะหาเถรัสสะ นั้น เปลี่ยนเป็น เถรัสสะ บ้าง มัชฌิมะ
บ้าง ตามฐานะของหัวหน้าในที่นั้น ถ้าไม่มีสามเณรอยู่ด้วย ก็ไม่ต้องว่า
ตลอดถึงสามเณรด้วย คำอปโลกน์นี้เป็นหน้าที่ของรูปที่ ๒ หรือที่ ๓ ก็ได้
.........................................................