ประวัติพระบรมธาตุเกตุมวดีย     
         
           
สถานที่เกตุมวดีย์   ได้พบโดยท่านพ่อบัณฑูรย์สิงห์  (เจิม คุณาบุตร)
ผู้สร้างบารมีพระบรมโพธิสัตว์ในบางคราวเล่าประวัติความเป็นมาของพระธาตุ
เกตุมวดีย์  ครั้งเมื่อพระพุทธองค์เสด็จดับขันปรินิพพาน ได้ประมาณ  ๒๑๘  ปี
           พระเจ้าอโศกมหาราช     เจ้าผู้ครองนครปาฏลีบุตร ได้ทำการสังคายนา
พระไตรปิฏกครั้งที่  ๒  พระอรหันต์นามว่า  พระโสนะ และพระอุตตระ   เข้ามา
เผยแพร่พระพุทธศาสนา  ถึงสุวรรณภูมิ (จังหวัดนครปฐมในปัจจุบัน)   เมื่อประ
ชาชนมีความเลื่อมใสมากขึ้น    ท่านก็เอานำเอาพระบรมธาตุ     สร้างเป็ุนสถูป
เจดีย์เพื่อให้ประชาชนกราบไหว้บูชา        ต่อมาบรรดาเจ้าเมืองซึ่งพลัดเปลี่ยน
เวียนกันมาหลายพระองค์       มีความเลื่อมใสก็อยากได้วัตถุที่เป็นหลักฐานใน
อินเดีย มาประกอบให้คนเคารพยิ่งขึ้น    เช่น  ธรรมจักร   ซึ่งสลักด้วยหินขนาด
ใหญ่   กว้างประมาณ  ๑  เมตร   หรือพระพุทธรูปหินขาวที่ปรากฏในพิพิธภัณฑ์
บริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ปัจจุบันนี้   เป็นต้น         ขณะนั้นการนำสิ่งของมาต้อง
บรรทุกมาทางเรือใบ เป็นเรือสินค้าขนาดใหญ่           ไม่สามารถแล่นไปสู่เมือง
นครปฐมได้    ก็เข้ามาจอดในอ่าวทะเลน้ำวน   คือเขตองค์พระธาตุเกตุมวดีย์นี้
สมัยนั้นอ่าวนี้    เป็นอ่าวดินโคลนลึก       เข้าไปถึงวัดดอนยายหอมแล้วตื้นเขิน
ออกมาเร็ว เพราะเป็นอ่าวมีลักษณะน้ำภายนอกไหลผ่านวนเข้ามาก็เอาดินเลน
หรือสิ่งของต่าง   ๆ   เข้ามาด้วยเลยตื้นเร็ว     (แม้ปัจจุบันนี้ทะเลส่วนนี้ก็ยังงอก
ออกไปปีละ ๒-๓ เมตรตลอดมา)         เมื่อการลำเลีียงสิ่งของโดยเรือใบขนาด
ใหญ่    ๆ    เข้าแม่น้ำนครชัยศรีไม่สะดวก     ก็มาขนถ่ายสิ่งของต่าง   ๆ   กันใน
บริเวณที่ใกล้ที่สุด คือบริเวณวัดเกตุมดี         ปัจจุบันนี้บรรดาพ่อค้าชาวอินเดีย
ที่มีความเคารพนับถือพระพุทธศาสนา และมีพระบรมธาตุสักการะอยู่  ก็นำมา
สร้างสถูปเจดีย์ ขนาดปานกลางไว้เป็นที่เคารพกราบไหว้ โดยเริ่มต้นแต่นั้นมา
ต่อมาบ้านเมืองเกิดเหตุการณ์ต่าง   ๆ   เช่น     สมัยสุโขทัยแตกก็มีเจ้าเมืองขน
ย้ายลงมา   พบองค์พระธาตุก็เกิดศรัทธา  มีความอุ่นใจ  โดยพักอาศัยอยู่ใกล้
บริเวณ     และยึดเอาองค์พระธาตุเป็นที่กราบไหว้บูชา    แล้วก็บูรณะกันสืบมา
ในสมัยพิษณุโลกและสมัยอยุธยาแตก      ก็มีผู้คนถอยร่นมาพบองค์พระธาตุ
ก็เข้ากราบไหว้บูชา   ความมั่นใจเกิดศรัทธา  ได้เข้าอยู่อาศัย และปฏิบัติธรรม
กันสืบมา    ในสมัยท่านพ่อบัณฑูรย์สิงห์สร้างบารมี        เมื่อท่านอุปสมบทอยู่
ท่านได้บรรลุธรรมและรู้ว่าได้อธิษฐานสร้างบารมี เป็นพุทธพงษ์บรมโพธิสัตว์
มาถึง   ๙๒   กัลป์    ก็ปรารถนาจะสร้างบารมีต่อไปจึงแสวงหาที่   ๆ  เป็นมงคล
โดยการเดินธุดงค์ไปหลายแห่งตลอด  ๕  ปี   ก็พบว่าในอดีตท่านได้เคยสร้าง
บารมี   ณ สถานที่นี้ในชาติใกล้ ๆ นี้   เริ่มในชาติที่เกิดเป็นพญาลิไทสมัยเมือง
สุโขทัย     และชาติที่ใกล้ที่สุด      คือชาิติฺที่เกิดในจังหวัดราชบุรี          มีชื่อว่า
สิทธิพันธุ์ (ปัจจุบันนี้เป็นนามสกุลของตระกูลหนึ่ง)     แล้วออกจากบ้านมาพบ
สถานที่นี้เข้า   ก็เลยอธิษฐานบำเพ็ญศีลอยู่จนกระทั่งเสียชีวิตแต่ยังไม่ได้เผา
มีชาวบ้านเอาไปฝังไว้ตรงนั้น         (ปัจจุบันนี้อยู่ใกล้ถนนตรงหน้าวัดเกตุมดีฯ)
บรรดาลูกศิษย์ได้ขุดลงไปลึกประมาณ   ๖๐   ซม.  (๒ ศอกคืบ)       ก็พบโครง
กระดูก       ห่อด้วยไม้ลวกถักด้วยหวายห่อศพอยู่พอหยิบขึ้นมาก็เปื่อยเป็นดิน
เอามาเผาเมื่อ   พ.ศ.๒๕๐๑   (๕๑ ปีล่วงมานี้)    เมื่อผู้มีบุญมีธรรมมาบังเกิดขึ้น
ก็เปิดสถานที่นี้สร้างบารมี    บางคราวก็ปิดไปสลับกัน            โดยตลอดมาเมื่อ
พ.ศ.๒๔๗๕   ต่อ  ๒๔๗๖   มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง     ท่านพ่อเริ่มประ
กาศสั่งสอนธรรมแล้ว    ท่านก็ชักชวนบรรดาญาติมีคุณพ่อคุณแม่         เป็นต้น
ให้มาสร้างบูรณะองค์พระธาตุเกตุมวดีย์ฯ ขึ้น   โดยก่อทับองค์เก่าที่ปรักหักพัง
อยู่   โดยสร้างสูง ๙ ศอก และขอที่ดินไว้เป็นอาณาเขตสี่เหลี่ยมด้านละ ๔ เส้นโดยมีองค์พระธาตุอยู่เป็นศูนย์กลาง   แล้วอธิษฐานสร้างบารมีพระโพธิสัตว์ต่อไป    ต่อมาท่านบูรณะ
ขึ้นอีกองค์ก่อทับองค์เก่าเช่นกันสูงได้    ๙    วา และขณะนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จ   อีกประมาณ  ๒ เส้น (๘๐ เมตร)    สถาปนิกคำนวณราคาค่าก่อสร้างไว้ประมาณ   ๓๐     ล้านบาท เศษ
เมื่อปี ๒๕๒๕   การบูรณะครั้งแรก   ถือวันเพ็ญกลางเดือน  ๑๒    เป็นวันบังเกิดขึ้นขององค์พระธาตุ และได้ทำบุญมาโดยตลอดถึงปัจจุบัน เมื่อสมัยก่อนแม้จะไม่มีพระมาอยู่ประจำ  
สถานที่ยังรกเป็นป่าอยู่ก็ตาม ปีหนึ่งจะต้องมาแผ้วถางบริเวณแล้วปฏิบัติบูชากัน ๓ คืน   ตลอดถึงปัจจุบัน    ความศักดิ์สิทธิ์ของพระธาตุ และความลึกลับอัศจรรย์อย่างไร     ท่านผู้ที่
เคารพกราบไหว้บูชานั้น ประจักษ์อยู่เสมอมา.
    


คาถาบูชา องค์พระบรมธาตุเกตุมวดีย์

 นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
จะตุตาฬิส สะมาทันตา เกสา โลมา นะขา ปิจะ เทวาหะรันติ เอเตกัง
จักกะวาฬัง ปะรัมปะวา ปูชิตา นะเทเวหิ อะหังวันทามิ ธาตุโย อะหังวันทามิ สัพพะโสฯ
อัชชะตัคเค ปะวะณุเปตัง พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สะระนัง คะโตมิ มะหันตา ภินนะมุคคา จะ
มัชฌิมา ภินนะตัณฑุลา ขุททะคา สาสะปะมัตตา เอวังธาตุโย สัพพัฏฐาเน วา คัจฉันตุ สีเสเม ปะตันตุฯ
อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ นะโม นะมัสการ พระบรมสารีริกธาตุ พระเกตุมวดีย์ พระจุฬามณี
พันธุมเจดีย์ พระศรีอาริยะเมตไตร พระสังฆบัณฑิต เจ้าคุณเสวี เจ้าคุณจุลพรรณ์ เจ้าคุณบัณฑูรย์สิงห์
พระอิศวรนารายณ์เจ้า ่านท้าวเวสายี พระกาฬเจ้าบัญชีใหญ่ ท่านท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ ท่านท้าวธตรฐ
ท่านท้าววิรุณหก ท่านท้าววิรูปักข์ ท่านท้าวกุเวรุราช อาปามะจุปะ ทีมะสังอังคุ สังวิธา ปุกะยะปะ

ขอจงเสด็จมาเป็นที่พึ่ง อะหัง วันทามิ นะมัสสามิ นิพพานะ ปัจจะโย โหตุฯ
ี่
กลับหน้าหลัก

http://www.watketum.com

วัดเกตุมวดีศรีวราราม ถนนพระราม ๒ (ธนบุรี-ปากท่อ) กม.๔๒ ต.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ๗๔๐๐๐
ติดต่อวัด : email : watketum@hotmail.com
โทร : ๐-๓๔๔๒-๑๐๐๓ , ๐๘-๑๗๓๒-๖๒๖๗
ผู้ดูแลเว็บ : ๐๘-๗๕๑๕-๔๕๙๕ email : keepwalking.n@windowslive.com

   หน้าแรกวัดเกตุมดีศรีวราราม > ประวัติพระบรมธาตุเกตุมวดีย์ศรีวราราม