กลับหน้าหลัก

http://www.watketum.com

วัดเกตุมวดีศรีวราราม ถนนพระราม ๒ (ธนบุรี-ปากท่อ) กม.๔๒ ต.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ๗๔๐๐๐
ติดต่อวัด : email : watketum@hotmail.com
โทร : ๐-๓๔๔๒-๑๐๐๓ , ๐๘-๑๗๓๒-๖๒๖๗
ผู้ดูแลเว็บ : ๐๘-๗๕๑๕-๔๕๙๕ email : keepwalking.n@windowslive.com
ประวัติท้าวเวสสุวัณมหาราชโดยย่อ (เล่าโดยหลวงพ่อพระครูภาวนาวรคุณ)

          ท่านท้าวเวสสุวัณ ผู้มีอิทธิฤทธิ์อานุภาพมาก เป็นที่ครั่นคร้ามแก่มนุษย์
และเทวดา ภูตผีปีศาจ วิญญานทั้งหลาย
         ปัจจุบันท้าวเวสสุวัณท่านสถิตอยู่ชั้นดาวดึงส์พิภพ    สมบูรณ์ด้วยทรัพย์
สมบัติมากมาย   ปกครองดาวดึงส์ทิศเหนือและมนุษย์ทั้งหมด      มีนามเรียก
ต่าง ๆ  ว่า    ท้าวจตุโลกบาล    เจ้ากรรมนายเวร    ท้าวมหากาฬ    ท้าวกุเวราช
ท้าวมหาราชทั้ง ๔    และท้าวเวสสุวัณ   ด้วยบุญกุศลที่ท่านทำไว้ในอดีตชาติ
ที่ยังเวียนดับกันอยู่ในสังสารวัฏอดีตชาติ   ท้าวเวสสุวัณเกิดเป็นมนุษย์จะเกิด
ในเมืองใด    มักจะรับหน้าที่คุ้มครองบ้านเมือง   ท่านเป็นทหารชั้นขุนพลกล้า
หาญ มีอานุภาพเป็นที่ครั่นคร้ามแก่บรรดาเมืองน้อยเมืองใหญ่         ทุกครั้งที่
จะทำการออกรบ    ท่านมักตั้งสัจจาอธิษฐานต่อหน้าพระประธาน       และสิ่ง
ศักดิ์สิทธิ์ว่า      จะขอรบเพื่อช่วยคุ้มครองประเทศชาติศาสนาให้มั่นคงสืบไป
ใครมาคิดทำลายพระศาสนาหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชา   จะขอต่อสู้ด้วยชี
วิตเป็นที่สุด   และบุคคลใดที่คิดทำลายสิ่งเหล่านั้น      หาได้เป็นโดยสมบูรณ์
แบบทั้งกายและใจไม่เป็นภูตผีอสูรกาย    วิญญานร้ายแปลงมาในร่างมนุษย์
ต่างหาก    หากได้รบราฆ่าฟันให้ล้มตายปราบมารร้าย ผลบาปกรรมเวรานุเวร
ย่อมมีผลสนองไม่มากนั้น   (เหมือนพระภิกษุผู้คุ้มครองพระศาสนา    เข่นฆ่า
พวกมนุษย์มีโทษเพียงอาบัติถุลลัจจัยเท่านั้นหาได้ขาดจากเป็นภิกษุ    หรือ
อาบัติถึงที่สุดไม่)
         ณ สวรรค์พิภพ ทางทิศอุดรของดาวดึงส์สวรรค์ เป็นเมืองของท้าวเวสสุ
วัณ มีเมืองน้อยใหญ่เป็นบริวารอยู่ ๑๐ เมือง   เวสยทิพย์อำนาจ      สนองคุณ
ท้าวสักกะเทวราช    มีกุมภัณฑ์เป็นบริวาร มีนายประตูเมืองอยู่ ๑๒ นายคอย
สอดส่องดูแลและคุ้มกันท้าวเวสสุวัณมหาราชนั้น   มียักษ์กุมภัณฑ์เป็นเสนา
บดีอยู่อีก ๒๘ นาย    มีชื่อว่าปรายันติทั้งหมด   ท้าวเวสสุวัณมีเสือเป็นพาหนะ
        ที่ประทับของท้าวเวสุวัณมหาราชนี้มีหลายอย่าง       เมื่อขึ้นประทับแล้ว
ย่อมเสด็จไปได้ตามปรารถนา และสุขสบายด้วยอริยบถต่าง ๆ จะทรงบรรทม
เหยียบคู้กาย   เป็นที่สุขสบายทุกอริยบถตามความปรารถนา
        ท้าวเวสสุวัณมหาราช     เมื่อบังเกิดในมนุษย์    ก็สร้างบารมีช่วยคุ้มครอง
ประเทศชาติ   บ้านเมือง   พระศาสนา   สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้มนุษย์ทั้งหลายอยู่
ร่มเย็นเป็นสุข       มีปฏิปทาเป็นทหารเอกชั้นขุนพล       อิทธิฤทธิปราบมนุษย์
ทั้งหลายให้ราบด้วยกุศลเจตนานี้ เมื่อสิ้นอายุอายุดับสูญจากมนุษย์ ก็บังเกิด
ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์พิภพ ได้รับหน้าที่จากท้าวสักกะเทวราชผู้เป็นใหญ่    ให้
คุ้มครองดาวดึงส์ทิศเหนือและมนุษย์ทั้งหมด         เมื่อพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้น
เสด็จขึ้นสู้ดาวดึงส์    โปรดด้วยพระํธรรมเทศนาจนธรรมบังเกิดขึ้นเป็นพระโส
ดาบันอริยะผล   มีจิตใจเมตตากรุณา สุภาพ อ่อนโยน เที่ยงตรง   รักความซื่อ
สัตย์สุจริตยิ่งนัก     ย่อมรู้เห็นการกระทำของผู้คนทั้งหลายด้วยทิพย์ญาน   มี
อำนาจในทางเที่ยงธรรม   มนุษย ์ ภูติ ผี ปีศาจ วิญญานทั้งหลาย จึงเกรงกลัว
มาก ย่อมเนรมิตกายได้ต่าง ๆ ตามหน้าที่        บางคราวเป็นยักษ์สีเขียวมรกต
บางคราวเป็นมนุษย์ทรงศีล สีขาวบริสุทธิ์ และสลับสีตามความเหมาะสมที่ปฏิ
บัติ จึงมีชื่อเรียกต่าง ๆ ดังกล่าวในข้างต้น
       เหตุที่สร้างรูปท้าวเวสสุวัณพร้อมด้วยทหารนามว่า  ปรายันติ   และพาหนะ
ของท้าวเวสสุวัณคือเสือ เพราะเมื่อครั้งอาตมาขออนุญาติสร้างสำนักเกตุมดีฯ
นี้ขึ้นเป็นวัด   ต้องรวบรวมที่ดินพร้อมทั้งหลักฐานคือโฉนดในบริเวณพระธาตุนี้
เดิมเป็นโฉนดที่ดินของบุคคลอยู่หลายคน    ในครั้งท่านพ่อบัณฑูรย์สิงห์สร้าง
บารมีอยู่   ท่านได้ขอที่ดินจากบุคคลผู้ที่มีโฉนดอยู่ในอาณาเขต  แล้วขุดคูคัน
ล้อมรอบได้กว้าง   ๘ เส้น  ยาว ๘ เส้น    โดยมีองค์พระบรมธาตุอยู่ศูนย์กลาง
แต่ไม่ได้รับตัดโอนโฉนดให้     ต่อมาเมื่อจะรวบรวมโฉนดท่านที่อนุญาติก็ล้ม
หายตายจากกันไป   ที่ดินก็ตกเป็นของญาติบ้าง  ลูกหลานบ้างและเหตุการณ์ผ่านมานาน  เมื่อจะขอโอนโฉนด  ลูกหลานบางคนก็ยอมให้    บางคนไม่ยอมให้   เลยยากต่อการ
ทำหลักฐานขอให้เป็นวัด    แต่อาศัยคูคันที่เป็นเขตอยู่ก่อนแล้ว    อาตมาก็ทำเป็นแผนที่เสนอเข้าไป พร้อมทั้งขอออกโฉนดลูกหลานเจ้าของที่ดินถึงกับคัดค้าน    แล้วทำเรื่อง
ขึ้นโรงศาล  จนอาตมาตกเป็นจำเลยในคดีอาญาฐานบุกรุก      และพร้อมกันนั้นก็ถูกฟ้องขับไล่ให้ออกจากที่นี้พร้อมบริวาร     อาตมาจึงต้องขอบารมีพระธาตุและท้าวเวสสุวัณ
โดยอธิษฐานขอบารมีท้าวเวสสุวัณให้พ้นจากเรื่องเป็นความกัน      เมื่อสร้างวัดจะสร้างรูปท่านสูง ๘ ศอก (๒ วา)         และในที่สุดเรื่องราวทั้งหลายก็เรียบร้อยลงจนดำเนินการ
จนสร้างวัดได้
        ด้วยเหตุดังกล่าวมานั้น เมื่อสร้างเสนาสนะเสร็จไปบ้างแล้ว  ก็เลยต้องสร้างรูปท้าวเวสสุวัณ  ทั้งทหารนามว่าปรายันติ และพาหนะคือเสือไว้ในหน้าวัดโดยเอาปางปราบศัตรู
มีคฑาหรือกระบองเป็นอาวุธ ตามที่ตั้งสัจจะไว้
       แต่เดิมท่านพ่อบัณฑูรย์สิงห์ได้สร้างรูปมหาราชทั้งสี่ มีท้าวเวสสุวัณเป็นต้น ไว้ประจำบ่อยาแร่ธาตุทั้ง ๔ นี้มีครบทั้ง ๔ องค์ ท้าวเวสสุวัณได้แสดงอภินิหารต่าง ๆ     ไห้บุคคล
ที่ไปมาในวัดเกตุมดีฯ และผู้อยู่ปริวาสกรรมได้ประจักษ์อยู่เสมอมา ปัจจุบันนี้รูปก็ยังอยู่ครบทั้งสี่พระองค์
.

   หน้าแรกวัดเกตุมดีศรีวราราม >ประวัติท้าวเวสสุวัณมหาราช